อยากซื้อรถมือสอง ต้องเตรียมตัว เตรียมคำถามอย่างไรสำหรับมือใหม่

จะซื้อรถมือสองทั้งที แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง เพราะเป็นมือใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แบบมากๆ จะทำยังไงดีน้า คำถามก็มีมากมาย จะหาคำตอบแบบครบถ้วนได้ที่ไหน

การซื้อรถมือสองมาขับเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่า และเข้ากันได้ดีกับเศรษฐกิจในยุคนี้จริง ๆ เพราะราคารถลงเร็วกว่าหุ้นซะด้วยซ้ำ ดังนั้นโอกาสที่เราจะซื้อรถมือสองคุณภาพแน่น ในราคาสุดคุ้มมาขับจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรอีกต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นก็คงดีกว่าถ้าเราจะมาเตรียมพร้อมข้อมูลไปกับทริคเลือกซื้อรถมือสองต่อไปนี้ด้วยอีกทาง จะได้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องกระเด็นออกจากกระเป๋า

1. เคยทำสีตรงไหนมาบ้างหรือเปล่า ?

รถบ้านมือสองที่ผ่านการชนหนักมาควรหลีกเลี่ยง แต่รถทำสีมานั้นก็หาใช่ว่าจะเป็นรถชนหนักเสมอไป อาจจะเพียงแค่เคยเบียดหรือถอยชนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น การสอบถามว่ารถเคยทำสีตรงไหนมาบ้าง ก็เพื่อให้คุณได้สังเกตที่จุดนั้นว่าทำมาเรียบร้อยหรือไม่ เฉดสีเท่ากันทั้งคันหรือเปล่า ถ้าทำมาไม่ดีคุณก็อาจใช้เรื่องนี้ไปต่อรองราคารถกับผู้ขายได้

2. รถมีอุปกรณ์เสริมอะไรมาบ้าง

ถึงแม้จะบอกหรือไม่ได้บอกในประกาศก็เป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องถาม โดยเฉพาะอุปกรณ์หลักๆ เช่น ครุยส์คอนโทรล กระจกไฟฟ้า เบาะปรับไฟฟ้า ระบบแอร์ เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้ แอร์แบ็ค กระจกหลังปรับไฟฟ้า เป็นต้น เพราะเมื่อคุณถามอีกครั้ง คุณอาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละอุปกรณ์มากขึ้นก็ได้

3. มีสมุดประวัติรถหรือเปล่า

สิ่งนี้จะเป็นตัวตัดสินได้เลยว่าเจ้าของรถนั้นดูแลรถคันนี้ดีหรือเปล่าเพราะสมุดประวัติรถจะแจกแจงว่ารถคันนี้ถูกบำรุงรักษาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ และเข้าศูนย์เพื่อเช็กระยะ เช็กตัวเครื่องอยู่เป็นประจำหรือเปล่า มากกว่านั้นรถคันนี้เคยซ่อมหรือเปลี่ยนอะไรตรงไหนบ้าง มีให้ครบ ถ้าคันไหนมีสมุดประวัติรถให้

4. รถคันนี้เคยชนมารึเปล่า

แน่นอนว่าส่วนมากมักจะตอบว่าไม่เคยโดน หรือโดนขีดข่วนบ้างแต่ไม่หนัก ดังนั้นคุณควรถามถึงรายละเอียดการชนแม้จะเล็กน้อย เช่น ซ่อมไปแพงรึเปล่า หรือว่าซ่อมนานรึเปล่า หรือว่าถามชื่ออู่ว่าซ่อมที่อู่ไหน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณควรไปต่อกับรถคันนั้นหรือไม่

รถยนต์ถือเป็นของชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยในการซื้อ-ขาย ดังนั้นคงไม่แปลกถ้าคุณจะแปลงร่างเป็นคนเคี่ยว จุกจิก ชอบจับผิด และเป็นคนละเอียดรอบคอบให้มากที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองสักคัน เพราะถ้าตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อไปแล้ว รถยนต์คันนี้ก็จะตกเป็นสมบัติของเรา และอยู่กับเราไปอีกหลายปี ฉะนั้นก็ต้องเลือกรถยนต์ให้คุ้มค่า และไม่พลาดเลยจะดีที่สุด

5. เลขไมล์อยู่ที่เท่าไรแล้ว

หากว่ามากกว่า 30,000 กิโลเมตร หรือน้อยกว่า 5,000 กิโลเมตรภายใน 1 ปี ก็ต้องมาถามกันสักหน่อยว่าทำไม เพราะรถที่มีเลขไมล์เยอะๆ ในบางกรณีอาจดีกว่ารถที่มีเลขไมล์น้อยก็ได้ เพราะรถที่วิ่งระยะยาวนั้นเครื่องยนต์จะทำงานได้ดีกว่ารถยนต์ที่วิ่งแล้วจอด หรือวิ่งแค่ระยะสั้้นๆ

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถประหยัดเวลาและงบไปได้ระดับหนึ่ง แล้วเลือกคันที่คุณสนใจจริงๆ เท่านั้น ตอนที่ไปดูรถจริงก็อย่าลืมพาช่าง หรือเพื่อนที่ชำนาญเรื่องรถ พร้อมกับเช็คลิสต์ไปด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *